เปลี่ยน กระเบื้องปูพื้น ห้องน้ำและห้องต่างๆในบ้านใช้งบเท่าไหร่ เลือกซื้อแบบไหนดี


กระเบื้อง มีหลากหลายรูปแบบ ต้องใช้ความชำนาญที่ต่างกัน

กระเบื้องต่าง ๆ ที่มีใช้กันในหลายๆบ้านนั้นมีหลายแบบให้เลือก ซึ่งหลังจากที่ใช้เป็นระยะเวลานาน จนเกิดการชำรุดขึ้นก็สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ด้วยวิธีการปูกระเบื้องทับกระเบื้องเดิม หรือหากเราไม่ชอบลายเดิมก็สามารถเปลี่ยน กระเบื้องปูพื้น เป็นของใหม่ไปเลย หากมีช่างที่มีฝีมือก็สามารถทำให้เราได้ไม่ยาก ซึ่งการเปลี่ยนกระเบื้องใหม่หรือใช้วิธีการปูทับของเดิมนั้นย่อมมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าวัสดุและค่าช่างปูกระเบื้อง

โดยบทความนี้จะให้ข้อมูลอย่างละเอียดของการให้ช่างเข้ามาปูทับกระเบื้องเดิม โดยงบประมาณที่ท่านต้องจ่ายและวิธีการเลือกกระเบื้องปูพื้นในแบบที่ถูกต้องตามการใช้งานจริง

ใช้งบเท่าไหร่ | สิ่งที่ควรคำนึง

เตรียมงบเท่าไหร่ สำหรับการ เปลี่ยนกระเบื้องปูพื้น

ต้องมี งบเท่าไหร่ สำหรับเปลี่ยน กระเบื้องปูพื้น
ต้องมี งบเท่าไหร่ สำหรับเปลี่ยน กระเบื้องปูพื้น ?

งบประมาณในการปูกระเบื้องใหม่นั้น สำหรับการคำนวณค่าวัสดุจะขึ้นอยู่กับขนาดของกระเบื้อง โดยขนาด 40×40 เซนติเมตร มีค่าใช้จ่ายแผ่นละ 120 บาท หากขนาด 60×60 ราคาแผ่นละ 180 บาท โดยค่าใช้จ่ายที่มีราคาสูงจะหมดไปกับค่าช่างปูกระเบื้องเป็นหลัก ค่าแรงมักจะอยู่ที่ 150 บาทต่อแผ่นขึ้นอยู่กับการเลือกช่างด้วยว่าอยากได้คุณภาพหรือช่างที่มีความเก่งระดับไหน

โดยค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับปูกระเบื้องพื้นที่ 65 ตารางเมตรคือ 28,000 บาท ซึ่งราคานี้ได้รวมทั้งวัสดุและช่างแล้ว โดยวัสดุดังกล่าวยังรวมไปถึงยาแนว ค่าปูนและทรายด้วย

ราคาข้างต้นเป็นราคาเฉลี่ยจากการเปรียบเทียบข้อมูล ค่าแรงปูกระเบื้อง ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2562

สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนปูกระเบื้อง และวิธีเลือกซื้อ

กระเบื้อง มีหลากหลายรูปแบบ ต้องใช้ความชำนาญที่ต่างกัน
กระเบื้อง มีหลากหลายรูปแบบ ต้องใช้ความชำนาญที่ต่างกัน

เนื่องจากกระเบื้องเป็นส่วนพื้นของบ้าน ก่อนการเปลี่ยนจึงมีข้อแนะนำ ข้อควรระวังค่อนข้างเยอะ ในส่วนของการเลือกซื้อเองนอกจากการเลือกดีไซน์ในแบบที่เราชอบ อาจต้องคำนึงถึงขนาดของวัสดุ โดยข้อมูลเหล่านี้หากมีโอกาสได้ปรึกษากับช่างที่เชี่ยวชาญการปูกระเบื้องก็จะเป็นอันดี แต่อย่างไรก็ตามเราควรรู้ข้อมูลเบื้องต้นก่อน เพื่อที่จะสามารถพูดคุยกับช่างได้อย่างเข้าใจในเนื้องาน

ความหนาของพื้นที่จะเพิ่มขึ้นตามความหนาของกระเบื้อง

สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงในการปูกระเบื้องใหม่ไปทับกับกระเบื้องเดิมที่มีอยู่แล้ว นั่นก็คือหลังจากที่เราได้ปูกระเบื้องใหม่ลงไปจะมีผลให้ความหนาของกระเบื้องสูงขึ้น อาจทำให้บ้านของเราดูแคบลงเพราะมองเห็นเพดานต่ำลง นอกจากนี้ยังต้องมีการไสประตูออกเพราะการที่เราปูกระเบื้องสูงขึ้น ส่งผลให้ประตูไม้ไม่สามารถเปิดปิดได้เหมือนเดิม หากประตูไม่ได้เป็นวัสดุที่ทำด้วยไม้ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนประตูอันใหม่

น้ำหนักที่โครงสร้างจะต้องแบกรับมากขึ้น

บ้านทุกหลังมีโครงสร้างของบ้านและพื้นก็จะต้องมีการแบกรับน้ำหนักเพิ่มเช่นกัน การปูกระเบื้องใหม่นั้นสามารถปูทันของเดิมได้ แต่เราต้องมั่นใจว่าโครงสร้างบ้านของเรามีความแข็งแรง พื้นมีความแข็งแรงอยู่แล้วแต่เดิม แม้จะปูของใหม่ทับลงไปก็ไม่ทำให้เกิดความเสียหายจากโครงสร้างได้

การยึดเกาะตัวของกระเบื้องกับพื้นเดิม

บ้านที่ประสงค์จะปูพื้นกระเบื้องใหม่ทับของเดิมลงไป ต้องทำใจยอมรับก่อนว่าการยึดเกาะพื้นของกระเบื้องใหม่ที่เราทำการปูทับลงไปนั้น จะไม่สามารถยึดกับพื้นได้ดีในบางกรณี อาทิเช่น กระเบื้องพื้นเดิมที่มีอยู่ก่อนเป็นกระเบื้องแบบมัน จะทำให้ยึดติดได้ยากกว่ากระเบื้องแบบหยาบ ซึ่งอาจมีการทำให้เกิดการเคลื่อนตัวได้หลังจากการใช้งานผ่านไปหลายปี

ความถนัดของช่าง

ช่างต้องมีฝีมือและประสบการณ์ เข้าใจการปูกระเบื้องที่ถูกต้อง ซึ่งช่างจะต้องรู้ว่าการปูกระเบื้องในห้องนั่งเล่น ห้องน้ำและห้องแต่ละห้องย่อมมีความลาดเอียงแตกต่างกันไป หากช่างขาดความรู้ด้านนี้จะไม่สามารถทำงานออกมาได้ดี บ้านที่อยู่อาศัยจริงอาจประสบปัญหาเกี่ยวกับความสะอาดในอนาคต

ช่องว่างใต้แผ่นกระเบื้องระหว่างชั้นบนกับชั้นล่าง

กระเบื้องใหม่ที่มาปูทับของเดิม มีผลให้เกิดช่องว่างระหว่างกันเพราะไม่สามารถติดแนบกันได้สนิทพอดี ซึ่งหากเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัวหรือห้องนอนก็ไม่มีปัญหาใดๆเพราะไม่โดนน้ำ แต่หากเป็นห้องน้ำหรือพื้นที่ยื่นออกไปนอกบ้านก็จะส่งผลให้น้ำไหลลงไปใต้กระเบื้องเดิม ทำให้เกิดน้ำขัง ส่งกลิ่นเน่าเหม็นเกิดคราบตามรอยยาแนว เกิดเชื้อราเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค จนกระทั่งต้องมีการรื้อกระเบื้องออกใหม่ทั้งหมดเพื่อทำการซ่อมแซมในอนาคต แน่นอนว่าจะต้องเจอค่าใช้จ่ายสูงกว่าเดิมแบบทวีคูณ

ดังนั้นช่างที่มีความรู้ในการปูกระเบื้อง มีความสำคัญมาก

ความพร้อมของพื้นกระเบื้องเดิม

เปลี่ยน กระเบื้องปูพื้น ห้องน้ำและห้องต่างๆในบ้านใช้งบเท่าไหร่ เลือกซื้อแบบไหนดี 1

พื้นกระเบื้องเดิมที่เราต้องการให้มีการปูทับด้วยกระเบื้องใหม่นั้น ต้องมีการตรวจสอบแล้วว่ามีระดับที่เสมอกัน โดยเปรียบเทียบได้จากแผ่นข้างเคียงโดยรอบ สามารถใช้มือลูบจะพบว่าถ้าไม่สะดุด ถือได้ว่ากระเบื้องมีระดับที่เสมอกัน สามารถปูกระเบื้องใหม่ทับได้ สำหรับเรื่องของความลาดเอียงนั้น ในห้องนั่งเล่น ห้องนอนและห้องครัวจะต้องไม่มีความลาดเอียง

เราสามารถใช้น้ำตรวจสอบความลาดเอียง หากน้ำไหลมารวมกันที่ใดที่หนึ่ง แสดงว่าเกิดความลาดเอียงซึ่งไม่เหมาะสมที่จะปูกระเบื้องใหม่ทับลงไป ยกเว้นบริเวณห้องน้ำและทางลาดรอบนอกต้องมีการออกแบบให้มีความลาดเอียงอยู่แล้วเพื่อช่วยให้มีการไหลของน้ำเสียไปทางท่อระบาย

นอกจากนี้เราต้องตรวจสอบด้วยว่ากระเบื้องเดิมนั้นมีรอยแตกร้าว บิ่นและมีความโก่งตัวหรือไม่ หากพบลักษณะดังกล่าว ช่างจะต้องนำแผ่นกระเบื้องที่มีการชำรุดออกไปเสียก่อนแล้วทำการปรับพื้นด้วยปูนทรายเพื่อให้มีระดับที่เสมอกัน

 

การเปลี่ยนกระเบื้องปูพื้นห้องนั้น ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เราได้ทราบกันไปแล้วว่าสามารถทำได้โดยการนำกระเบื้องใหม่ที่เราต้องการมาปูทับกระเบื้องของเดิม ซึ่งข้อดีคือง่ายดายและสะดวก มีราคาไม่แพง แต่ข้อเสียของมันเราก็ต้องพึงระวังไว้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการลาดเอียง ระดับที่ไม่สม่ำเสมอกัน จึงต้องว่าจ้างช่างฝีมือดีมีประสบการณ์มาทำงานให้เรา เพื่อให้ได้คุณภาพงานที่ดี และมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด ดังนั้นไม่เพียงวัสดุเท่านั้น ช่างที่เราหามาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

 

 

SARAPHI.CO

ครบเครื่องเรื่อง บ้าน บ้าน เปลี่ยน การแต่งบ้าน จัดสวน เรื่องเงินทองภายในบ้าน ให้เป็นเรื่อง ง่าย ๆ สำหรับทุกคน เว็บไซต์บล็อกเกอร์เกี่ยวกับบ้านและสวน เริ่มก่อตั้งเดือน กุมภาพันธ์ 2019

Recent Content