ผ้าปูที่นอน ดูแลรักษาอย่างไร และควรเลือกใช้ผ้าแบบไหน


แชร์บทความนี้ให้เพื่อน :

บ้านใครที่ได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดีเมื่อเข้ามาอยู่ใหม่ๆ คงรู้กันว่าห้องนอนเป็นห้องที่เราจะต้องดูแลรักษามากที่สุด ไม่เพียงพื้นห้องและผนังเพดานห้องเท่านั้น แต่การดูแลห้องนอนยังรวมไปถึงชุดเครื่องนอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม รวมทั้งตัวที่นอนเองด้วย

แต่ถ้าเราเลือกผ้าปูที่นอนได้ดีและมีการซักผ้าปูที่นอนอยู่เสมอ ผู้ปูที่นอนจะช่วยป้องกันสิ่งสกปรก ไรฝุ่นและฝุ่นละอองต่างๆไม่ให้ไปถึงที่นอนเราได้ ทำให้ยืดอายุการใช้งานที่นอนได้ยาวนานขึ้น

ดังนั้นการเลือกผ้าปูที่นอน รวมไปถึงการดูแลรักษาผ้าปูที่นอนมีความสำคัญต่ออายุการใช้งานของที่นอนเราอย่างมาก เราจึงไม่ควรมองข้ามขั้นตอนการเลือกซื้อผ้าปูที่นอน เพื่อจะได้ถนอมที่นอนของเราให้ใช้งานได้นานที่สุด รวมทั้งการดูแลรักษาผ้าปูที่นอนที่ถูกต้องจะช่วยให้สุขภาพอนามัยของเราดี ไม่มีอาการแพ้หรือก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นอีกด้วย ช่วยให้การนอนหลับสบายทั้งคืน ไม่ติดขัดใดๆ

การเลือกผ้าปูที่นอนให้ถูกต้องตรงกับขนาดที่นอนของเรา

การเลือกซื้อผ้าปูที่นอนมาจากตลาดหรือห้างสรรพสินค้านั้น มีหลายคนที่เลือกผิดขนาด เพราะไม่ทราบว่าขนาดที่นอนของเราเป็นไซส์ไหนกันแน่ เพราะบ้างก็ได้ยินเป็นขนาดวัดเป็นฟุต บางทีก็ได้ยินเป็นชื่อไซส์ของที่นอนมาเลย

ทำให้เกิดความสับสนว่าแบบไหนถูก แล้วเวลาเลือกซื้อต้องเลือกแบบไหนจึงจะถูกต้อง ดังนั้นในหัวข้อดีเราจะได้รู้จักชื่อไซส์ของที่นอนที่เราจะต้องจำและขนาดความกว้างเป็นฟุตของแต่ละไซส์

โดยที่นอนที่มีจำหน่ายในประเทศไทยนั้นแน่นอนว่าเราวัดจากความกว้างเป็นฟุต โดยมีชื่อไซส์ปกติทั้งหมด 3 แบบได้แก่ Single, Queen และ King โดยไซส์ Single เป็นไซส์เล็กสุดเหมาะกับการนอนคนเดียว มีขนาดอยู่ที่ 3.5 ฟุต วัดจากด้านกว้าง ไซส์ Queen เป็นขนาดไซส์แบบกลางที่มีความกว้าง 5 ฟุต และไซส์ King เป็นขนาดที่นอนที่ใหญ่ที่สุด มีความกว้าง 6 ฟุต ซึ่งเมื่อเราทราบชื่อไซส์ของที่นอนที่มีจำหน่ายในเมืองไทยไปทั้ง 3 แบบและทราบขนาดความกว้างของทุกแบบแล้ว

เราจะสามารถนำชื่อไซส์และขนาดของมันไปเลือกซื้อผ้าปูที่นอนได้ง่ายดายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อตามท้องตลาดทั่วไปหรือซื้อจากห้างสรรพสินค้าของใช้ชื่อไซส์และขนาดเหมือนกันทั้งหมด เป็นไซส์มาตรฐานสากล ที่ต่างประเทศก็ใช้ชื่อแบบนี้เช่นกัน หากจะสั่งจากต่างประเทศก็นำมาใช้ได้ จำชื่อไซส์ไปซื้อได้เลย จะได้ไม่ต้องซื้อแบบผิดๆมาใช้กันอีกต่อไป

การเลือกซื้อผ้าปูที่นอนตามลักษณะการออกแบบ

โดยทั่วไปบ้านที่เราอาศัยอยู่นั้น แต่ละบ้านมีการออกแบบแตกต่างกันไปเป็นหลายแบบหลายสไตล์ โดยทั่วไปแบบที่พบเห็นได้บ่อยสุดในยุคนี้ก็คือบ้านสไตล์โมเดิร์นและบ้านสไตล์คลาสสิก รองลงมาก็จะเป็นบ้านแบบลอฟท์และวินเทจ ซึ่งการเลือกซื้อผ้าปูที่นอนสำหรับแต่ละบ้าน ไม่ควรเหมือนกัน

หากเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นเราสามารถเลือกผ้าปูที่นอนที่เป็นสีเรียบๆ ไม่มีลวดลายมากนัก อาจใช้โทนสีขาวสว่างหรือโทนสีอื่นๆที่เรียบเป็นสีเดียวกันทั้งผืน หากเป็นบ้านสไตล์คลาสสิกก็จะเน้นสีที่มีลวดลายคลาสสิกที่มีโทนสีเข้มมากเพื่อให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้าน ซึ่งการเลือกผ้าปูที่นอนหากเรารู้ว่าบ้านของเราสไตล์ไหนแล้ว ย่อมสามารถเลือกได้ไม่ยากเลย และหากเลือกได้ถูกต้องก็ยิ่งทำให้ที่นอนของเราน่านอนและเหมาะแก่การพักผ่อนมากขึ้น

การเลือกผ้าปูที่นอนโดยสังเกตุจากวัสดุที่ใช้ในการผลิต

หากเราเป็นคนที่ใส่ใจสุขภาพมากๆ การเลือกผ้าปูที่นอนโดยมองเพียงแค่ว่าสีสันลวดลายและสไตล์ในการออกแบบเพื่อให้เข้ากับบ้านของเราเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจเพียงพอได้ เพราะคนที่เลือกซื้อผ้าปูที่นอนที่ดีต่อสุขภาพเพื่อการนอนหลับที่สมบูรณ์อาจจะต้องดูวัสดุที่ใช้ผลิตให้ละเอียดมากขึ้น พร้อมทั้งรู้ความคงทนของมันด้วย

โดยหากเราเลือกผ้าปูที่นอนเป็นผ้าฝ้าย จะเป็นผ้าลักษณะที่ทนความร้อน สามารถรีดฆ่าเชื้อโรคได้ เป็นผ้าที่ช่วยซับเหงื่อและดูดซึมความชื้น ทำให้การนอนหลับรู้สึกเย็นสบายตลอดคืน ทั้งยังนำไปซักทำความสะอาดได้ไม่ยาก หากเป็นผ้าไหมจะเป็นเนื้อผ้ามันวาว สร้างความหรูหรา เหมาะสำหรับบ้านสไตล์คลาสสิก เนื้อผ้านุ่มสบาย แต่การซักจะค่อนข้างยากเพราะไม่ว่าจะนำไปซักหรือรีด อาจต้องซักมือและรีดที่ไฟไม่แรงเกินไป

ผ้าใยไผ่เป็นผ้าที่ได้รับความนิยม เพราะมีความนุ่มสลวย มีความเป็นเงาวาวสวยงามมาก สามารถดูดซับน้ำและความชื้น ทำได้วัสดุจากธรรมชาติซึ่งไม่เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและไรฝุ่นอีกด้วย จะเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้หรือคนที่รักสุขภาพมากๆ สำหรับคนที่ชอบเนื้อผ้าหนาๆขอแนะนำผ้าซาติน ซึ่งมีความนุ่มมีน้ำหนักดี มีความเรียบหรู แต่การซักจะค่อนข้างยากหน่อย

การดูแลรักษา ผ้าปูที่นอน

โดยทั่วไปเราสามารถสังเกตุได้ว่าผ้าปูที่นอนนั้นแบ่งได้เป็นสองแบบได้แก่แบบที่ทอแบบลายขัด และแบบที่ทอแบบขึ้นเงา โดยผ้าปูที่นอนที่ทอแบบลายขัดมีข้อดีคือสามารถซักและทำความสะอาดได้ง่าย ทั้งยังเอามารีดได้ไม่ยาก

เมื่อซักเสร็จก็เอามาตากแดดและนำไปรีดซ้ำได้ทันที แต่สำหรับผ้าแบบที่ทอแบบขึ้นเงานั้น แต่จะมีความสวยงามดูหรูหรา แต่การซักค่อนข้างยากกว่า อาจใช้วิธีการซักมือและไม่สามารถรีดด้วยไฟแรงได้ ควรซักและนำไปแตกแดดให้แห้ง จากนั้นค่อยนำมารีดด้วยไฟอ่อนๆ

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน :

SARAPHI.CO

ครบเครื่องเรื่อง บ้าน บ้าน เปลี่ยน การแต่งบ้าน จัดสวน เรื่องเงินทองภายในบ้าน ให้เป็นเรื่อง ง่าย ๆ สำหรับทุกคน เว็บไซต์บล็อกเกอร์เกี่ยวกับบ้านและสวน เริ่มก่อตั้งเดือน กุมภาพันธ์ 2019

Recent Content